บทความที่ได้รับความนิยม

Custom Search

นำเสนอเรื่องราวของความรักในรูปแบบต่างๆมีทั้ง เร้าใจ เศร้า สนุกสนาน และ วิชาการ


Wikipedia

ผลการค้นหา

วันจันทร์ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2568

รู้หรือไม่? ร่างกายมนุษย์มีร่องรอยของ "ทองคํา" แต่มันไม่ได้อยู่ในตัวเรา เราขับถ่ายมันผ่านผิวหนังและเส้นผมของเรา



ร่างกายของเรามีร่องรอยของทองคำ
รู้อย่างนี้แล้วคุณคิดว่าอย่างไรเรามาดูรายละเอียดว่าทำไมร่างกายของมนุษย์มีร่องรอยของทองคำ
คุณรู้หรือไม่? ร่างกายมนุษย์มีร่องรอยของ "ทองคํา" แต่มันไม่ได้อยู่ในตัวเรา เราขับถ่ายมันผ่านผิวหนังและเส้นผมของเรา 

น่าเสียดายที่ทําให้รวยไม่พอแถมยังขับถ่ายในระดับกล้องจุลทรรศน์จนสังเกตหรือเก็บไม่ได้ 


โดยเฉลี่ยแล้ว ร่างกายมนุษย์ที่มีน้ําหนักประมาณ 150 ปอนด์ (68 กก.) มีทอง 2 มิลลิกรัม ซึ่งส่วนใหญ่พบในกระแสเลือด ทองคํานี้จะได้รับการปล่อยออกมาตามธรรมชาติผ่านกระบวนการทางร่างกาย เช่น เหงื่อออก ผลัดเซลล์ผิว และการเจริญเติบโตของเส้นผม 

ทองในร่างกายของคุณไม่มีบทบาททางชีวภาพที่สําคัญ แต่มีอยู่เคียงข้างธาตุที่จําเป็นอื่น ๆ 


ยังคงความคิดที่ว่าร่างกายของคุณกําลังปล่อยจุดด่างดําของหนึ่งในโลหะที่ปรารถนามากที่สุดของโลกเป็นสิ่งที่น่าหลงใหลและคาดไม่ถึงของชีววิทยามนุษย์ 

เป็นยังไงล่ะครับทำไมคนเราถึงอยากได้ทองคำแม้แต่ร่างกายของมนุษย์ก็ยังมีร่องรอยของทองคำเหมือนกันนี่จึงเป็นปริศนาที่น่าค้นหามากที่สุด

Cr: Hashem Al-Ghaili 

วันพฤหัสบดีที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2567

ประเพณีการแต่งงานและความเชื่อของชาวตะวันตก






คำว่า wedding ในภาษาอังกฤษ มีรากศัพท์ หมายถึง การพนันหรือวางเดิมพัน ซึ่งเชื่อ ว่ามีต้นเค้ามาจากการวางเงินสินสอดให้ฝ่ายเจ้าสาวซึ่งก็อาจเป็นที่มาของ ขนบธรรมเนียมและการถือโชคลางในงานแต่งงานด้วย เพราะการพนันต้องอาศัยโชค ช่วย หรือจะคิดในอีกแง่มุมหนึ่งว่าการ “ถือ” เรื่องต่าง ๆ นี้ เป็นความหวังดีที่จะให้นี้ เป็นความหวังดีที่จะให้เจ้าบ่าวเจ้าสาวเริ่มต้นชีวิตคู่อย่างมีความสุข และมีอนาคตที่ สวยงามก็ว่าได้ ประเพณีโบราณของตะวันตกนั้นจะว่าไปแล้วก็คล้ายกับขนบธรรมเนียมของไทยอยู่ไม่น้อย มีทั้งเรื่องการเลือกสีชุดเจ้าสาว เทียนมงคล ของชำร่วย การกำหนดวันแต่งงาน และการถือเคล็ดโชคลางอื่น ๆ อีกมากมาย


สีของชุดเจ้าสาว:ความนิยมในชุดเจ้าสาวสีขาวนั้นมีที่มาหลายตำนานสุดแต่ใครจะเชื่อเรื่องไหน บ้างก็บอกว่าสีขาวเป็นสีแห่งความสุขมาตั้งแต่สมัยกรีกแต่ตำนานอื่น ๆบอกว่าเจ้าหญิง และพระราชินี ทรงเป็นผู้นำแฟชั่นชุดเจ้าสาวสีขาวพริ้นเซสและควีนองค์ดังของยุโรปอย่างเช่นเจ้าหญิงแอนน์แห่งบริตตานีสมเด็จพระราชินีนาถวิคตอเรียและพระชายาของนโปเลียนที่3 ล้วนแต่ทรงชุดขาวล้วนในพระราชพิธีอภิเษกสมรส แล้วหญิงสาวทั่วไปก็เลยยึดถือเป็นแบบอย่างโดยก่อนหน้านั้นเจ้าสาวจะเลือกสวมชุดสีอะไรก็ได้แต่มีข้อห้าม ที่เชื่อกันอยู่ว่า
1.สวมชุดสีขาวแต่งงาน คือการเลือกคู่ครองที่ถูกต้อง

2.สวมชุดสีเทาแต่งงาน คือการเดินทางยาวไกล

3.สวมชุดสีดำแต่งงาน คือยากกลับเป็นสาวใหม่

4.สวมชุดสีแดงแต่งงาน คือจะอยากตายให้แล้วไป


5.สวมชุดสีเขียวแต่งงาน คือจะอับอายไม่อยากพบผู้ใด

6.สวมชุดสีฟ้าแต่งงาน คือจะซื่อสัตย์ตลอดกาล


 7.สวมชุดสีมุกแต่งงาน คือชีวิตจะพาวุ่นวาย

8.สวมชุดสีเหลืองแต่งงานเหมือนอายที่เจ้าบ่าวไม่ดีพอ

9.สวมชุดสีน้ำตาลแต่งงาน คือจะได้อยู่ในเมือง

10.สวมชุดสีชมพูแต่งงานความสนุกสนานจะลดลง ชุดสีเขียวน่าอายเพราะเหมือนเจ้าสาวปล่อยตัวเกลือกกลิ้งจนมีรอยหญ้าเปื้อน

ของชำร่วย :นอกจากจะใช้แทนคำขอบคุณแล้ว
ชาวตะวันตกยังถือว่าเป็นการแบ่งปันโชคลาภและความสุขให้แก่แขกเหรื่อโดยมีความเชื่อเพิ่มเติมอีกว่าการแจกอัลมอนด์ห้าเมล็ดหมายถึงอวยพรให้สุขภาพดี
ฐานะร่ำรวยอายุยืนยาวลูกหลานมากมายและมีความสุขกลีบกุหลาบและเมล็ดข้าว



การโปรยกลีบกุหลาบบนทางเดินก่อนที่เจ้าสาวจะก้าวไปยังแท่นพิธีจะช่วยขจัดวิญญาณร้ายจากใต้พิภพและช่วยให้มีลูกหลายสืบวงศ์สกุลนอกจากนี้อาจจะโปรยเมล็ดข้าวใบไม้ใบหญ้ารวมถึงดอกไม้แห้งที่เจ้าสาว เคยมอบให้แก่กันซึ่งก็ล้วนแต่สื่อถึงคำอวยพรให้มีลูกหลานละมีความสุข

การกำหนดวันแต่ง:เดือนมิถุนายนเป็นเดือนแห่งการแต่งงานเพราะJune มาจากพระนามJunoเทพีแห่งการแต่งงานและองค์ผู้พิทักษ์สตรีตามความเชื่อของโรมันโบราณเดือนพฤษภาคมไม่นิยมจัดงานแต่ง เพราะเป็นช่วงเวลาที่พวกนอกศาสนาจัดงานฉลองไร้ศีลธรรม จึงไม่เหมาะจะเริ่มต้นชีวิตคู่และในยุคโรมันก็มีพิธีFirst of the date กับเทศกาลเทพีแห่ง พรหมจารีย์ในเดือนพฤษภาคมด้วยทำให้เดือนเมษายนกลายเป็นเดือนที่มีการจัดพิธีแต่งงานในโบสถ์มากที่สุดเนื่องจากผู้คนหลีกเลี่ยงการแต่งงานในเดือนพฤษภาคม

ความเชื่อเกี่ยวกับการเลือกวันแต่งงานในสมัยโบราณมีอยู่ว่า วันจันทร์จะ ช่วยให้สุขภาพแข็งแรงวันอังคารมีฐานะวันพุธดีทุกอย่างส่วนวันที่ไม่ควรแต่งคือพฤหัสบดี วันศุกร์และวันเสาร์เจ้าสาวไม่ควรตัดเย็บชุดแต่งงานด้วยตัวเองและช่างจะต้องสอยฝีเข็มสุดท้ายตอนที่เจ้าสาวกำลังจะออกเดินทางไปโบสถ์นอกจากนั้นเธอยังไม่ควรลองชุดเต็มยศ ครบเครื่องก่อนวันจริงและ ห้ามฝึกเซ็นนามสกุลใหม่ล่วงหน้าด้วยก่อนออกจากบ้านไปโบสถ์เจ้าสาวควรจะส่องกระจกอีกครั้งเพื่อจะได้โชคดี แต่ถ้าออกจากบ้านแล้วไม่ควรย้อนกลับมาดูกระจกเป็นครั้งที่สอง เพราะจะทำให้โชคร้าย



Happy shoppee here
สร้างสรรค์ อิสระเสรีภาพ 
รวบรวมค้นหาสินค้าดีๆเพื่อคุณ

** ข้อห้ามก่อนวันแต่งงาน **
เจ้าสาวไม่ควรตัดเย็บชุดแต่งงานด้วยตัวเองและช่างจะต้องสอยฝีเข็มสุดท้ายตอนที่เจ้าสาวกำลังจะออกเดินทางไปโบสถ์นอกจากนั้นเธอยังไม่ควรลองชุดเต็มยศ ครบเครื่องก่อนวันจริงและห้ามฝึกเซ็นนามสกุลใหม่ล่วงหน้าด้วยก่อนออกจากบ้านไปโบสถ์เจ้าสาวควรจะส่องกระจกอีกครั้งเพื่อจะได้โชคดีแต่ถ้าออกจากบ้านแล้วไม่ควรย้อนกลับมาดูกระจกเป็นครั้งที่สอง เพราะจะทำให้โชคร้าย
บทความที่เกี่ยวข้อง

วันอาทิตย์ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2567

ภรรยาในรูปแบบต่างๆ


เมียหลวง (a principal wife)คือ ภรรยาที่เคยดีที่สุดในอดีตแต่กาลเวลาและสิ่งแวดล้อมทำลายความดีของเธอจนหมดสิ้นในระยะเวลาอันสั้นและทิ้งความโหดร้ายไว้ให้เธอต้องรับผลกรรมคือ ความจุกจิก จู้จี้ ขี้บ่น แก่ง่าย ตายยาก พูดมาก กินจุ อ้วนดำ ฟันเหยินเหมือนหมูแต่ดุเหมือนเสือ

เมียน้อย ( a minor wife)คือ ผู้หญิงที่ดีที่สุดของผู้ชายที่เพิ่งมาค้นพบภายหลัง

เมียเก็บ ( a kept woman )คือ อาหารพิเศษที่มีรสชาติแตกต่างจากอาหารธรรมดาทั่วไปเหมาะที่จะกินเป็นครั้งเป็นคราวเพื่อแก้เลี่ยน เป็นสินค้ายอดนิยม มีราคาแพง และเงื่อนไขเยอะ

เมียแต่ง ( an appointed wife )คือ ผู้หญิงที่ทรงคุณค่าและคุณผู้ชายอยากจะประทับรอยรักสุดใจขาดดิ้นแต่ไม่สามารถบรรลุวัตถุประสงค์ได้ด้วยต้นทุนที่ต่ำกว่านี้


 เมียเช่า a rent wife / a hired wifeคือ ผู้หญิงผิวคล้ำ ขี้ร้อนใช้เสื้อผ้าน้อยชิ้นสูบบุหรี่กินเหล้าเป็นงานอดิเรก รสนิยมสูงนิยมบริโภคของนอกมีปริมาณความรักขึ้นลงตามกระแสไหลเวียนของเงินสด

เมียจ๋า ( my dears )คือ ผู้หญิงหน้าดุเหมือนเสือ ยืนชูไม้ตีพริกเหมือนเทพีสันติภาพและมีสามีนั่งคุกเข่าอยู่กับพื้นประสานมือเหนือหน้าอกเหมือนไหว้เจ้ามีประวัติเพิ่งทำการละเมิดข้อห้ามร้ายแรงของภรรยาบังเกิดเกล้า ลักษณะตัวสั่นน้ำลายไหลเล็กน้อย พูดตะกุกตะกักว่า "เมียจ๋า" ซึ่งเป็นคำพูดในความหมายขออภัยไถ่โทษ


 เมีย 3 ดาว (guarded wife)คือ ผู้หญิงสวย ขาว หุ่นเพรียวผอม อายุน้อยหน้าตาน่ารักยังไม่มีการรวมตัวกันของไขมันและตีนกาพูดจาไพเราะอ่อนหวานผู้ชายที่พบเห็นจะเกิดอาการเขื่อนกั้นน้ำลายพังทำให้น้ำลายเอ่อล้นออกมานอกปากแสดงอาการหึงหวง กีดกันชายอื่นไม่ให้เข้าใกล้แสดงความเป็นเจ้าของทั้งที่บางครั้งยังไม่มีความสัมพันธ์ลึกซึ้ง

[แท้100%] Six Star® Testosterone Booster บำรุงสุขภาพเพศชาย เพิ่มความฟิตร่างกาย, 60 เม็ด

 เมียเรา ( a comfortable wife )คือ ผู้หญิงเอนกประสงค์ที่มีการปรับสภาพเข้ากับสภาพแวดล้อมได้ดีสามารถพลิกแพลงใช้งานได้หลายรูปแบบ ค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาต่ำสามารถดูแลตัวเองได้ ไม่ค่อยเป็นภาระ และมักใช้ประโยชน์ร่วมกันในหมู่เพื่อนฝูง

เมียบังเกิดเกล้า ( my own wife )คือ ผู้หญิงที่น่าเบื่อที่สุดในโลก ความรู้น้อย บริหารงานไม่เป็น ไม่มีความคิดเผด็จการ ชอบใช้อำนาจในทางที่ผิด ข่มขู่ ทำร้ายร่างกาย ใช้คำพูดหยาบคายบุคลิกภาพน่ารังเกียจเป็นที่ชิงชังของเพื่อนบ้านและผู้ชายทั่วไป 


โดยเฉพาะสามีจากคุณสมบัติที่น่าสยดสยองดังกล่าว ทำให้สามีเกลียด ขยะแขยงคลื่นไส้จนไม่อยากพูดด้วย ไม่อยากโต้ตอบ ไม่อยากมีเรื่องสามีที่มีภรรยาประเภทนี้จึงใช้คำพูดอยู่สองคำ คือ "ครับ" กับ "ใช่ครับ"และใช้สรรพนามเรียกภรรยาว่า "แม่" และมักอธิบายให้เพื่อนว่าเรียกตามลูกแต่เพื่อนๆ

ปรนนิบัติอย่างอ่อนโยนยิ่งขึ้นสำหรับผิวจุดซ่อนเร้นอันบอบบาง ด้วยแคร์คลีนสูตรน้ำนม ที่ทำความสะอาดผิวบริเวณจุดซ่อนเร้น ได้อย่างนุ่มนวลพร้อมคงสมดุลของค่า pH ตามธรรมชาติ ช่วยลดและป้องกันกลิ่นอับชื้นที่ไม่พึงประสงค์ ด้วยคุณค่าของ Lactic Acid และ Sodium Lactate อีกทั้งมอบความชุ่มชื่นสบายผิวด้วย Yogurt Extract และ Cotton Bloom Extract เคล็ดลับใหม่ของความมั่นใจในทุกวันของผู้หญิง

ไม่แน่ใจว่าเรียกตามลูกหรือเรียกด้วยความเคารพยำเกรงหรือ เพื่อสวัสดิภาพของตัวเอง และที่สำคัญ ได้ลบคำว่า "นอกใจ"ออกจากสมองและพจนานุกรมในบ้านเรียบร้อยแล้ว
อ่านเล่นขำขำนะครับ ที่มา fwdmail

วันพุธที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567

เชื่อหรือไม่? กะเพรา คือพืชศักดิ์สิทธิ์ของอินเดีย ห้ามนำน้ำสกปรกมารดเด็ดขาด!


เคยอ่านเจอมาว่า สาวอินเดียจะบูชาต้นกะเพราเพื่อให้ได้เจอผู้ชายที่ดีเป็นคู่ครองในอนาคตอีกด้วย อีกอย่างทุกวันนี้เรากินข้าวกระเพราหมูสับอันศักดิ์สิทธิ์หรอนี่

เชื่อหรือไม่? กะเพรา คือพืชศักดิ์สิทธิ์ของอินเดีย ห้ามนำน้ำสกปรกมารดเด็ดขาด!

ต้นกะเพราในภาษาอังกฤษเรียกว่า Basil หรือ Holy Brasil โดยคำนี้มาจากภาษากรีกที่เรียกว่า #Basileus (บาซิเลวส์) มีความหมายว่า “พระราชา” แต่ในอินเดียจะเรียกว่า Tulasi (
ตุลสี)
.
แต่ใประเทศอินเดียโดยเฉพาะผู้ที่นับถือ ศาสนาฮินดู ไม่เพียงมองกะเพราว่าเป็นแค่ผัก ที่มีกลิ่นหอม แต่ชาวฮินดูกลับให้ความเคารพนับถือว่าเป็นพืชศักดิ์สิทธิ์ ที่ต้องปลูกไว้หน้าบ้านทุกหลัง เพื่อช่วยขับไล่สิ่งไม่ดีออกไป โดยกระเพราในประเทศอินเดียมีความศักดิ์สิทธิ์พอๆ กับวัวเลยทีเดียว

ตามตำนานโบราณและความเชื่อของชาวฮินดูนั้น กะเพรา ถือเป็นไม้มงคลแห่งพระวิษณุ และพระแม่ลักษมี ซึ่งเป็นร่างอวตารของชายาพระนารายณ์ ซึ่งห้ามเอาสิ่งสกปรกไปรด หรือเข้าใกล้ต้นกะเพราเด็ดขาด!


คนฮินดูยังมีข้อห้าม คือ ห้ามกิน ห้ามตัดกิ่ง หรือถอนต้นกะเพราเด็ดขาด ต้องปล่อยให้ตายไปตามธรรมชาติเท่านั้น ซึ่งต้นกะเพราที่แห้งตาย คนฮินดูก็อาจเอามาทำเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์บูชาเทพเจ้าได้อีกด้วย

10 ข้อผิดพลาดเรื่องรถ เมื่อพาสาวออกเดท


10 ข้อผิดพลาดเรื่องรถ เมื่อพาสาวออกเดท

มีเหตุผลมากมายที่จะทำให้สาว ๆ ประทับใจในตัวชายหนุ่ม จนยอมให้เบอร์โทรศัพท์ อีเมล์ พินบีบี หรืออะไรก็ตามแต่เพื่อเปิดโอกาสให้คุณผู้ชายทั้งหลายสามารถติดต่อหาเธอได้ แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าคุณชนะใจเธอทั้งหมดเสมอไปหรอกค่ะ เพราะก็มีเหตุผลอีกมากมายเหมือนกัน ที่ทำให้เธอเลิกหลงใหลได้ปลื้มแล้วหันหน้าไปหาคนใหม่ได้อย่างง่าย ๆ อย่าง เรื่องรถของชายหนุ่ม ก็ถือเป็นก้าวแรกที่จะเรียกความประทับใจจากสาว ๆ ได้เช่นกัน แต่หนุ่ม ๆ หลายคนยังละเลยกับเรื่องเล็ก ๆ แบบนี้ จนทำให้เดทล่มมาแล้วนักต่อนัก


สำหรับเรื่องนี้ เค้าได้จัดอันดับ 10 ข้อผิดพลาดเรื่องรถของหนุ่ม ๆ ที่จะทำให้เดทแรกกลายเป็นเดทสุดท้ายได้ ส่วนจะมีอะไรบ้างนั้น ตามไปดูพร้อม ๆ กันเลยดีกว่า

1. แสดงอารมณ์หงุดหงิดระหว่างขับรถ มีหลากหลายเรื่องชวนหงุดหงิดที่คุณต้องพบเจอบนท้องถนน ไม่ว่าจะเป็นรถติดเป็นเวลานาน รถคันหน้าขับช้าเหมือนเต่า หรือจู่ ๆ จะมีใครเดินตัดหน้ารถไม่ดูตาม้าตาเรือก็ตาม แน่นอนว่า คุณต้องรู้สึกหงุดหงิดจนต้องสบถคำด่าต่าง ๆ ออกมาบ่อยครั้ง แต่หากคุณไปกับคู่เดทของคุณแล้ว นี่เป็นสิ่งที่บั่นทอนความประทับใจของคู่เดทคุณเอาได้ง่าย ๆ เลยล่ะค่ะ ดังนั้น ควรสวมบทผู้ชายใจเย็นไว้ก่อนเป็นดี เพราะถึงแม้จะหงุดหงิดยังไงคุณก็ยังมีเธอคุยด้วยอยู่ข้าง ๆ แล้วนี่ จะอารมณ์เสียไปทำไมกันจริงไหม

2. รถของคุณสกปรกเกินคำบรรยาย คุณรู้ไหมว่าเดทแรกของคุณนั้น สาว ๆ เค้าจะสังเกตทุก ๆ อย่างที่คุณเป็นเลยล่ะ ซึ่งหากรถคุณสกปรกจนเรียกได้ว่าทุกพื้นที่จะต้องมีฝุ่นเกาะให้ระแคะระคายสาย ตาไปหมดแล้ว จะมีสาวกี่คนที่หลงใหลได้ปลื้มกับความสกปรกซกมกของผู้ชายบ้าง เผลอ ๆ เค้าคิดไปถึงเรื่องสภาพห้องและการรักษาความสะอาดของคุณเลยทีเดียว ดังนั้นเรื่องความสะอาดของรถนี่เป็นสิ่งสำคัญนะคะ เอ้า! รู้แบบนี้แล้ว หนุ่ม ๆ ก็ควรล้างรถก่อนไปหาเธอดีกว่า รับรองว่ามันจะเรียกคะแนนความประทับใจจากเธอได้มากเลยทีเดียว

3. รถของคุณสะอาดเกินไป ผู้หญิงนั้นได้ชื่อว่าเป็นอาร์ทตัวแม่ อะไรที่น้อยเกินไปก็ไม่ดี อะไรที่มากเกินไปก็ไม่ได้ เรื่องรถของคุณก็คงไม่ต่างกัน มันลำบากแค่ไหนหากในรถต้องปูด้วยหนังสือพิมพ์ทุกครั้งที่เธอย่างก้าวขึ้นรถ และไม่เพียงแค่นั้น กลิ่นน้ำหอมปรับอากาศที่คุณวางไว้ทั้งหน้ารถหลังรถเพื่อปรับบรรยากาศดี ๆ ที่มันดีซะจนเล่นเอาแสบจมูกกันเลย สิ่งนี้จะพาลทำให้เธอมองคุณว่าเป็นพวกรักความสะอาดทุกระเบียดนิ้วจนเธอต้อง ยอมแพ้ แต่มันไม่ได้ทำให้เธอประทับใจคุณหรอกค่ะ ในความคิดของผู้หญิงยังไงเธอก็อยากจัดการเรื่องความสะอาดให้ผู้ชายบ้าง หากรักความสะอาดเกินไปจะกลายเป็นสิ่งที่น่ารำคาญซะมากกว่า

4. เรื่องมากกับการจ่ายค่าจอดรถ จ่ายเงินซื้ออะไรต่อมิอะไรได้มากมาย แต่กลับคิดแล้วคิดอีกกับเรื่องค่าจอดรถใกล้สถานที่ออกเดท นี่ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่บั่นทอนความประทับใจของสาว ๆ ได้ไม่น้อย คุณลองคิดดูสิว่า หากคุณวนหาพื้นที่ว่างข้างถนนสำหรับจอดรถที่ไกลกว่าสถานที่ออกเดท นอกจากเธอจะมองว่าคุณเป็นไอ้ขี้งกแล้ว ยังทำให้เธอต้องหงุดหงิดกับการเดินตากแดดไกล ๆ อีกด้วยแน่ะ


5. รถเสีย แต่ไม่ยอมเรียกช่าง ผู้ชายหลายคนเลือกที่จะโทรถามคนนู้นคนนี้ ว่ารถเสียแบบนี้ต้องซ่อมกันยังไง ซึ่งบางครั้งกว่าจะรู้ว่าควรทำยังไงก็เสียเวลาติดต่อไปซะหลายสาย เสียเวลาไปเป็นชั่วโมง แถมคุณต้องสวมวิญญาณเป็นช่างซ่อมรถลงไปซ่อมรถให้เสื้อผ้าเปรอะเปื้อนอีก แล้วมันจะเดทต่ออย่างราบรื่นได้ยังไงล่ะนั่น เพราะฉะนั้นการซ่อมรถด้วยตนเองไม่ใช่การแสดงความเป็นสุภาพบุรุษแน่นอน ยิ่งเมื่อคุณอยู่ในที่ที่เรียกช่างได้ง่ายแล้ว อย่าปล่อยให้เสียเวลากับเรื่องน่าหงุดหงิดแบบนี้มากมากเลยค่ะ เดี๋ยวเดทจะกร่อยเอาซะเปล่า ๆ

6. นั่งขับรถอย่างสบายอารมณ์เกินเหตุ หนุ่ม ๆ หลาย ๆ คนอาจจะเคยชินกับการนั่งขับรถแบบล่องลอย ไร้อารมณ์ แต่นั่นแสดงให้เห็นถึงบุคลิกของคุณ ซึ่งสาว ๆ หลาย ๆ คนเค้ามองคุณอยู่ เดี๋ยวพาลจะไม่ปลื้มเอาได้ง่าย ๆ เลยล่ะ

7. เปิดเพลงดังจนต้องนั่งอุดหู สาว ๆ หลายคนเข้าใจหนุ่ม ๆ ดีว่า การเปิดเพลงดัง ๆ ขณะขับรถนั้นเป็นความสุขอย่างหนึ่งของคุณ แต่เข้าใจไม่ได้หมายถึงเธอจะชอบให้คุณเปิดดังตามใจคุณหรอกค่ะ รู้ไหมว่ามันน่ารำคาญแค่ไหนหากคุณเปิดเพลงโชว์คุณภาพเครื่องเสียงชนิดแผ่น ดินแทบสะเทือน ดังนั้นโปรดจำไว้ว่า ทุกครั้งที่คุณขับรถไปกับคู่เดทของคุณ ควรเปิดเพลงจังหวะสบาย ๆ ที่ฟังแล้วผ่อนคลายและไม่หนักหูไว้ก่อน หากสาวเจ้าชื่นชอบเพลงดัง ๆ เหมือนกันค่อยว่ากันอีกที



8. ขับรถเร็วเกินไป จริงอยู่ที่เวลาหนุ่ม ๆ ขับรถเร็ว มันทำให้คุณรู้สึกเหมือนกำลังลอยฉิว หรือขับจรวดอยู่บนอากาศ คุณอาจจะรู้สึกปลอดภัยเพราะคุณเป็นคนขับเอง แต่คนที่นั่งข้าง ๆ ไม่ได้รู้สึกอย่างนั้นกับคุณหรอกนะคะ เพราะฉะนั้นควรคำนึงถึงความรู้สึกของเธอซะหน่อยเวลาที่ไปไหนมาไหนกับเธอ ให้เธอรู้สึกดีและปลอดภัยเวลาไปกับคุณดีกว่า แบบนี้คุณได้ใจเธอมาเป็นกองเลยนะจะบอกให้

9. จอดรถสะเปะสะปะ ไม่ใช่ความสามารถที่น่าชื่นชมเลย หากคุณจอดรถได้ในพื้นที่แคบ ๆ ที่ไม่ว่าจะเอียงขวาหรือเอียงซ้ายให้ท้ายรถโผล่ออกมายังไงก็ขอให้ได้จอด แม้ใครจะว่ายังไงก็ไม่สน นี่แสดงให้เห็นถึงความไม่เป็นระเบียบของคุณ หรือที่เรียกว่าชุ่ยนั่นเอง


10. ดื่มหนักทั้ง ๆ ที่ต้องขับรถ ไม่ว่าคุณจะไปดื่มกับเธอก็ตามที เธอคงไม่ปลื้มหากคุณดื่มซะจนเมามาย ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าตัวเองต้องขับรถไปส่งเธอที่บ้าน หรือไปเที่ยวกันต่อก็เถอะ ดังนั้น จะดีกว่ามาก หากคุณแสดงให้เธอเห็นว่า คุณคิดที่จะรับผิดชอบชีวิตเธอ และดูแลเธอให้ปลอดภัยได้ ด้วยการลิมิตปริมาณการดื่มของตัวเองให้พอเหมาะ ไม่ใช่เมามายไปกับเธอด้วยอีกคน
10 ข้อผิดพลาดเรื่องรถ เมื่อพาสาวออกเดท

วันศุกร์ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2567

คารมจีบสาวแบบน้ำเน่า



1. ชาย --- ผมขอถามทางคุณหน่อยได้ไหมครับ?
หญิง --- ไปที่ไหนคะ?
ชาย --- ในหัวใจคุณครับ

2. ชาย --- คุณคงรู้สึกปวดเมื่อยขามากๆ เลยนะ
หญิง --- ทำไมล่ะ?
ชาย --- ก็คุณเข้าไปวนเวียนอยู่ในหัวใจผมเกือบทั้งวันแล้วนะ


 3. ชาย --- (จ้องมองลวดลายเสื้อของผู้หญิง)
หญิง --- มองอะไรน่ะ?
ชาย --- ดูว่ามันทำมาจากสวรรค์รึเปล่าน่ะสิ

4. ชาย --- ผมวันนี้ดวงซวยเอามากๆ ถ้าได้เห็นรอยยิ้มของสาวสวยจะทำให้ผมรู้สึกดีขึ้น ยิ้มให้ผมดูหน่อยได้ไหม ครับ?

5. ชาย --- ผมคือนักวาดรูป งานของผมคือการเพ่งมองสาวสวย


 6. ชาย --- คุณครับ ผมขอยืม 5 บาทหน่อยได้ไหมครับ?
หญิง --- จะเอาไปทำอะไรล่ะ??
ชาย --- ผมอยากจะโทรบอกแม่ผมว่าวันนี้ผมได้เห็นผู้หญิงที่สวยที่สุดในโลกน่ะครับ

7. ชาย --- วันนี้ฝนตกหนักจริงๆ
หญิง --- นั่นสิ
ชาย --- ก็เพราะว่าฟ้าเห็นคุณแล้วน้ำลายหกน่ะ


 8. ชาย --- เชื่อผมนะ ผมจะทำให้คุณได้เป็นคนที่มีความสุขมากเป็นอันดับสองในโลกนี้นะ
หญิง --- ทำไมถึงไม่ใช่อันดับหนึ่งล่ะคะ?
ชาย --- ผมได้คุณมาเป็นแฟน... ผมก็คือคนที่มีความสุขมากที่สุดในโลกน่ะสิ

9. ชาย --- คุณครับ คุณครับ ช่วยส่งเชือกมาหน่อยสิครับ
หญิง --- ทำไมรึ
ชาย --- ก็ผมตกหลุมรักคุณจนขึ้นมาเองไม่ได้ไงครับ...

เหตุผลดีๆ ที่คนอกหักต้องมีชีวิตอยู่


เหตุผลดีๆ ที่คนอกหักต้องมีชีวิตอยู่
บอกเพื่อนด้วย
ลองอ่านแล้วคิดตามนะ
*อยู่เพื่อคนที่เรารัก ซึ่งมีเยอะมากมาย พ่อแม่ ญาติ พี่น้อง เพื่อนฝูง
*อยู่เพื่อกินอาหารอร่อยๆ ของโปรด โดยไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำหนัก สเต๊ก ช็อกโกแลต…
*อยู่เพื่อหาแฟนใหม่(ให้ได้ และให้ดีกว่าเดิม)
*อยู่เพื่อพิสูจน์ว่า เวลารักษาแผลใจได้จริงๆ
รวบรวมสินค้าดีมีคุณภาพมากมายจากTikTok
ลองมาดูโชว์เคสของ Happy shopping บน TikTok สิ! https://vt.tiktok.com/ZMh6gSxmA/?page=TikTokShop

*อยู่เพื่อที่จะได้ดูแลตัวเองให้สวยขึ้น
*อยู่เพื่อที่จะได้แต่งตัวตามสบาย ตามสไตล์เรา
*อยู่เพื่อที่จะเพิ่มคนเข้มแข็งให้กับโลกอีกหนึ่งคน
*อยู่เพื่อที่จะใช้ชีวิตแบบโดยไม่ต้องห่วงว่า เราจะต้องโทรบอกใครหรือใครจะต้องโทรบอกเรา
*อยู่เพื่อที่จะรู้ว่าค่าโทรศัพท์ของเราลดลง จนสามารถซื้อกระเป๋า รองเท้า ที่อยากได้


 *อยู่เพื่อจะรู้ว่าจริงๆแล้ว ก็แค่กลับมาทำตัวให้เหมือนตอนที่ยังไม่รู้จักเขาเท่านั้นเอง
*อยู่เพื่อที่จะพูดคุยกับเพื่อนฝูงเรื่องเฮฮาปาร์ตี้ ไม่ใช่ปรึกษาปัญหาหัวใจอีกต่อไป
*อยู่เพื่อให้เขาเห็นว่า ไม่มีเขา แต่โลกก็ยังหมุนและเราก็ไม่ตาย


 *อกหัก สติ ความคิด ช่วยเหลือเราได้เสมอครับ


*อกหักเรื่องธรรมดาพรุ่งนี้ดวงอาทิตย์ก้ยังขึ้นเหมือนเดิมแล้วทำไม่เราต้องไปเศร้ากับคำว่าอกหักละ

วันจันทร์ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2567

ทำไมผู้หญิงถึงไม่ชอบผู้ชายดีๆ ?

(ภาพประกอบ)

ผู้ชายหลายคนมักจะตั้งคำ ถามแบบนี้เสมอๆยิ่งเมื่อเห็นผู้หญิงที่ตัวเองชอบไปเลือกคบกับหนุ่มที่ท่าทางเจ้าชู้

คำถามนี้ไม่ใช่คำถามที่แปลกเมื่อได้ยินได้ฟังหรอก

เป็นคำถามปกติธรรมดาที่แทบจะได้ยินทุกเมื่อเชื่อวัน ผู้ชายหลายคนมักจะตั้งคำถามแบบนี้เสมอๆ ยิ่งเมื่อเห็นผู้หญิงที่ตัวเองชอบไปเลือกคบกับหนุ่มที่ท่าทางเจ้าชู้


 และไม่น่าไว้วางใจสักนิดเดียว แทนที่จะเลือกคบกับตัวเขาถึงแม้ว่าผู้ชายทั้งหลายละทิ้งอคติที่มองว่าตัวเองดีกว่าชาวบ้านเสมอไปแล้วก็ตาม แต่คำถามนี้ก็ยังคงไม่หายไปจากโลกง่ายๆ
เพราะว่าความเข้าใจในความ "ดี" ที่ผู้หญิงและผู้ชายมองนั้นแตกต่างกันไป


 ผู้ชายมักจะมองว่าผู้ชายที่ดี ที่ผู้หญิงควรจะเลือกคือผู้ชายที่เรียบร้อย ไม่เจ้าชู้ ไม่ยุ่งกับอบายมุขเท่านี้ก็น่าจะเพียงพอแล้วที่จะทำให้ผู้หญิงพอใจที่จะเลือกเป็นคู่ครอง

ผู้ชายมองอะไรที่ตื้นเขินเกินไป
ในความเป็นจริงแล้ว ผู้หญิงทุกคนจะให้คำจำกัดความของคำว่า"ดี" คือ ผู้ชายที่รัก
เธอจริงและแสดงออกว่าเธอเป็นคนสำคัญ มีความเป็นผู้นำ รวมทั้งฉลาดพอที่จะต่อ
กรกับเธอได้ จะเห็นได้ว่าคำว่า"ดี"ที่ผู้หญิงกับผู้ชายคิดนั้นแทบจะหาความเกี่ยวข้องกันไม่ได้เลย


ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจ
ที่ทำไม ผู้ชายหลายคนถึงไม่อาจยอมรับการตัดสินใจเลือกคบกับใครสักคนของผู้หญิงได้ เพราะว่าเธอเลือกผู้ชายที่ไม่ดีในสายตาเขา แต่เป็นผู้ชายที่ดีในสายตา
ของเธอ ในอีกกรณีหนึ่งผู้ชายที่ได้ชื่อว่าสมบูรณ์แบบ เพียบพร้อมทุกประการก็เจอกับปัญหานี้เช่นกัน
แต่ไม่ใช่เพราะว่าคำว่า"ดี"

 หากแต่เป็นเพราะความสมบูรณ์แบบของเขาต่างหาก ที่ทำให้ผู้หญิงไม่กล้าเลือกผู้ชายคนนี้มาเป็นคู่ครอง ผู้ชายที่เป็นคนดีเกินไปนั้น ทำให้ผู้หญิงอึดอัดทั้งกายและใจ ในการที่จะอยู่ด้วยมากกว่าผู้ชายที่ข้อบกพร่องบ้างเพราะว่าผู้หญิงก็รู้ตัวดีอยู่ว่าตัวเองนั้น ไม่ใช่คนสมบูรณ์แบบเท่าไหร่นัก ถ้าผู้ชายที่เธอคบด้วยเป็นคนสมบูรณ์แบบเกินไป ก็จะทำให้เธอขาดความมั่นใจและไม่สามารถแสดงตัวตนที่แท้จริง ที่มีข้อบกพร่องต่อหน้าเขาได้ เพราะว่าเขาสมบูรณ์แบบเสียจน เธอไม่คิดว่าเขาจะเข้าใจ

เรื่องบกพร่อง ในบางครั้งเขายังทำลายความมั่นใจในตัวผู้หญิงได้อย่างไม่รู้ตัวและสุดท้ายคือผู้หญิงกลัวที่จะสูญเสียเขาไปเมื่อเขารู้จักเธอมากพอ เมื่อรู้ว่าเธอไม่สมบูรณ์แบบอย่างที่เขาอยากได้ ดังนั้นผู้หญิงเลยเลือกที่จะไม่สนใจผู้ชายคนนี้ตั้งแต่ต้นเสียดีกว่า



โดยเนื้อแท้แล้วไม่มีใครอยากได้คู่ครองที่ขึ้นชื่อว่าเป็นคนเลวหรอก ไม่ว่าจะหญิงหรือชาย เราทุกคน
ต่างก็เสาะหาคนดีๆกันทั้งนั้น ดังนั้นสิ่งที่จะสามารถผูกมัดอีกฝ่ายหนึ่งไว้ได้คือ จงทำตัวเหมือนหนังสือที่มองภายนอกแล้วน่าสนใจ เปิดมาอ่านภายในแล้ววางไม่ลง แต่อ่านเท่าไรก็ไม่สามารถหาตอนจบได้พบ น่าจะเป็นส่วนช่วยในการสร้างความเข้าใจระหว่าง คุณและคนที่คุณรักได้เป็นอย่างดี

วันศุกร์ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2567

บทพิสูจน์ รักแท้


วัยและประสบการณ์ทำให้คนมีนิยามของ "รักแท้" แตกต่างกันไป 
บางคนก็ว่ารักแท้ไม่เคยอาศัยอยู่บนโลกมนุษย์ บางคนก็ว่ารักแท้คือรักที่กำลังรักอยู่ยามนี้ บางคนก็ว่ารักแท้หาเอาได้ตามเตียงทุกเตียง แต่มีนักจิตวิทยาได้ให้องค์ประกอบของรักแท้สำหรับให้คนพิสูจน์ความรักหนนั้นของตนว่า ..


มันเป็นรักแท้ขนานแท้ รักแท้แบบปลอมปน หรือรักแท้ที่ปลอมสนิท ต้องมีความรู้สึกได้สัมผัสกับความสุขร่วมกับคนๆ นั้น เมื่ออยู่ด้วยกันก็จะมีความสุขมาก ไม่เคยเบื่อที่มีเขาอยู่ใกล้ๆและเมื่อยามที่เขาห่างไกลไม่ได้เห็นหน้า ก็จะรู้สึกเหงาๆ และคิดถึง ไม่ใช่พอเขาหันหลังให้ยังเห็นชายเสื้อแว้บๆ ก็แทบจะตีปีกโลดเต้นดีใจต้องให้ความเคารพนับถือคนๆ นั้น ถ้าจะรักใครสักคน แล้วตั้งหน้าดูถูกไม่เคยให้ความเคารพ ใครอื่นจะเคารพคนๆ นั้นของเรา  และการที่ได้รักใคร่กับคนที่ใครๆเขาดูถูก 


มันจะเหลือความภูมิใจในคนๆ  นั้นสำหรับเราได้ยังไง ต้องรู้สึกว่าคนๆ นั้นเป็นที่พึ่งได้ เมื่อเกิดวิกฤตการณ์ขึ้นในชีวิต ก็มั่นใจว่าเขาจะอยู่เคียงข้าง เพื่อคอยช่วยเหลือ ไม่ใช่ว่าเรากำลังจะตกตึกอยู่รอมร่อ ก็ไม่ยื่นมือเข้ามาช่วยฉุดต้องเชื่อมั่นว่าถ้ามีปัญหาใดๆเกิดขึ้น ไม่ว่าจะรุนแรงแค่ไหนสัมพันธภาพก็ยังคงดำเนินต่อไป

เพราะคนเราย่อมผิดพลาดกันได้ ถ้ารู้จักอภัยกันมันก็อยู่กันทน ไม่ใช่ผิดหนเดียวก็ถีบส่งต้องเข้าถึงความต้องการ อารมณ์ และความรู้สึกของคนๆ นั้น อย่างถ้ารู้ว่าชอบจะอยู่คนเดียว ตามลำพังบ้าง ก็ควรเปิดโอกาสได้อยู่กับตัวเองด้วยความเต็มใจ ไม่ใช่เปิดโอกาสอย่างกระเง้ากระงอด ต้องมีความรู้สึกต้องตาต้องใจในสรีระของคนๆ นั้น


ไม่ว่าจะต้องเสน่ห์ในความเป็นหญิงกำยำ หรือในความล้านจนขึ้นเงาวับบนหัวเขามันก็มีส่วนในความรักเหมือนกัน ต้องรู้สึกว่าเราสามารถจะพูดคุยกับคนๆ นั้นได้ทุกเรื่องอย่างเปิดอก สามารถที่จะขุดความรู้สึกส่วนลึกในหัวใจขึ้นมาพูดได้ ไม่ใช่ต้องปิดบังความรู้สึกส่วนนั้นไว้ เพราะกลัวว่าถ้าพูดออกมาแล้วเราจะอับอาย หรือไม่ก็กลัวว่าเขาได้ยินแล้วจะผงะหงายแล้วเดินหายไปจากชีวิต 
ลองมาดูโชว์เคสของ Happy shopping บน TikTok สิ! https://vt.tiktok.com/ZMrXJaB7N/?page=TikTokShop



ต้องรู้สึกว่าคนๆ นั้นเป็นของมีค่าในมือ ถ้าไม่มีเขาสักคนชีวิตของเราก็สูญของมีค่าไป ต้องรู้สึกเต็มใจที่มีส่วนร่วมกับคนๆ นั้นในหลายๆ ด้าน เป็นต้นว่า ความคิด อารมณ์และเวลา แต่ไม่ใช่ร่วมกับเขาไปหมด จนเขาไม่เหลือความเป็นตัวของตัวเอง


วันพฤหัสบดีที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2567

ไปสวรรค์



ไปสวรรค์
คุณอยากไปสวรรค์ไหมครับ อยากหรือไม่อยากก็ลองฟัง
เรื่องของวิชาญดู
หลังจากหมดลม วิชาญก็พบว่าตนได้มาอยู่ในที่ที่สวยงามตระการตา สักพักบุคคลในเสื้อขาวก็เดินเข้ามาหาแล้วพูดว่า "ท่านอยากได้อะไรเรียกกระผมได้ ไม่ว่าอาหาร เสื้อผ้าแม้แต่สุรานารีที่นี่มีพร้อม กระผมพร้อมจะสนองท่านทุกอย่าง"
ลองมาดูโชว์เคสของ Happy shopping บน TikTok สิ! https://vt.tiktok.com/ZMrXJaB7N/?page=TikTokShop


วิชาญดีใจอย่างยิ่ง นึกขอบคุณฟ้าดินที่ส่งเขามาอยู่ที่นี่ โดยไม่รอช้า เขาตักตวงความสุขทุกอย่างเท่าที่เคยฝันเอาไว้เมื่อยังอยู่ในโลก แต่แล้ววันหนึ่งก็เกิดเบื่อขึ้นมา จึงเรียกหาบุคคลในเสื้อขาวแล้วถามว่า "ฉันเบื่อเต็มทีแล้ว อยากจะมีอะไรทำ ช่วยหางานให้ฉันหน่อย"

"เสียใจครับ กระผมช่วยท่านไม่ได้ ที่นี่ไม่มีงานให้ท่านทำ" บุคคลในเสื้อขาวตอบ

วิชาญฉุนขึ้นมาทันที โพล่งขึ้นว่า "ถ้าอย่างงั้น ที่นี่ก็เป็นนรกชัด ๆ"


"แล้วท่านคิดว่าท่านกำลังอยู่ที่ไหนล่ะครับ" บุคคลในเสื้อขาวตอบ
ใคร ๆ ก็มักอธิษฐานว่า ชาติหน้าขอให้ไปเกิดในที่ที่อุดมด้วยทรัพย์สมบัติ มีสิ่งเสพปรนเปรอ ความสุขพรั่งพร้อม ชนิดที่นั่งกินนอนกินก็ไม่มีวันหมด โดยเข้าใจว่านั่นแหละคือสวรรค์ แต่ใครจะไปรู้ 


บางทีสถานที่ที่ว่าวาดภาพเอาไว้นั้นความจริงอาจเป็นนรกก็ได้ ถ้าคุณเป็นยมบาลและอยากให้คนแห่กันลงนรกเยอะ ๆ คุณจะชักชวนคนได้อย่างไรหากไม่วาดภาพนรกให้สวยงามปานสวรรค์ แม้แต่ "ซ่องนรก" ก็ยังต้องตกแต่งประดับประดาให้น่าเข้าเลยมิใช่หรือ

เป็นเพราะเราไม่รู้จักสวรรค์ที่แท้จริง เราจึงไปไม่ถึงสวรรค์สักที ไม่ใช่แต่สวรรค์ในชาติหน้าเท่านั้น แม้แต่สวรรค์ในชาตินี้เราก็อาจไม่เคยได้สัมผัสเลย เพราะไปหลงคิดว่าสวรรค์คือแหล่งเสพสุขทั้งปีทั้งชาติ แทนที่จะเข้าใจว่าสวรรค์นั้นมีอยู่แล้วในชีวิตประจำวัน ท่ามกลางการทำงานและการเอื้อเฟื้อผู้อื่น ขอเพียงแต่เรารู้จักทำงานให้เป็น คือทำด้วยใจรัก มีฉันทะ และมีสติอยู่กับงานที่ทำ ความปีติปราโมทย์แช่มชื่นใจก็จะเกิดขึ้นเอง การไม่มีงานทำต่างหากที่เป็นนรก หาใช่สวรรค์ไม่ ถ้าไม่เชื่อก็ถามผู้เฒ่าทั้งหลายในบ้านพักคนชราดูก็ได้



ลองสำรวจดูอีกครั้งว่าสถานที่ที่เราอยากไปเมื่อตายแล้วนั้นเป็นสวรรค์จริง ๆ หรือเปล่า มันอาจเป็นอย่างอื่นก็ได้ต้องเตือนไว้ก่อน ไม่เช่นนั้นจะเป็นอย่างชายในเรื่องข้างล่าง

สามีภรรยาคู่หนึ่งตกลงกันว่า ถ้าใครตายก่อน จะต้องกลับมาหาคนที่ยังอยู่ แล้วมาบอกว่าไปเจออะไรหลังกลับบ้านเก่าแล้ว นุชนารถนั้นกลัวว่าสวรรค์จะไม่มีจริง โชคดีที่วัฒน์ผู้เป็นสามีเกิดตายก่อน ไม่กี่วันจากนั้น ผู้เป็นภรรยาก็ได้รับการติดต่อ

"นุชนารถ"

"นี่คุณหรือเปล่า วัฒน์?"

"ใช่แล้ว ผมเอง ผมกลับมาตามที่ตกลงกัน"

"ที่นั่นเป็นอย่างไรบ้าง"

"แบบว่าพอผมตื่นมาตอนเช้า ก็มีเซ็กซ์ กินข้าวเสร็จก็มีเซ็กซ์อีก แล้วก็อาบแดด จากนั้นก็มีเซ็กซ์อีกสองครั้งแล้วกินข้าวเที่ยง มีเซ็กซ์ต่ออีกครั้งตั้งแต่บ่าย เย็น จนค่ำแล้วก็นอน ตื่นขึ้นก็ทำอย่างเดิมอีก"

"โอ วัฒน์ คุณต้องอยู่ในสวรรค์แน่ ๆ เลย"


"ใครว่า ตอนนี้ผมเป็นกระต่ายอยู่ที่เขาดินต่างหาก" วัฒน์ตอบอย่างเซ็ง ๆ
มาถึงตอนนี้แล้ว คุณอยากไปสวรรค์อย่างที่ฝันเอาไว้หรือเปล่า

รายการบล็อกของฉัน